เตือนอากาศเปลี่ยน ส่งผลไข้เลือดออกระบาดรุนแรงหน้าร้อน

สสจ.เชียงใหม่เตือนอากาศเปลี่ยน ส่งผลไข้เลือดออกระบาดรุนแรงหน้าร้อน เผยตั้งแต่ต้นปี 2556 พบผู้ติดเชื้อแล้ว 619 ราย เสียชีวิต 1 ราย ขอความร่วมมือ ปชช. ช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ตัดวงจรชีวิตพาหะนำโรค

สำหรับสถานการณ์ไข้เลือดออกใน จ.เชียงใหม่ มีอัตรารุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าทุกปี ทั้งๆ ที่กำลังจะย่างก้าวจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ขณะนี้ทาง สสจ.เชียงใหม่ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกตั้งแต่ต้นปี 56 จนถึงปัจจุบันพบว่า มีผู้ป่วยแล้วจำนวน 619 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยเดือนที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือเดือน เม.ย. มีผู้ป่วย 236 ราย โดยมีสถิติเพิ่มขึ้นสองเท่าคือ ก่อนหน้านั้นเดือน มี.ค. 155 ราย ถือว่ายอดผู้ป่วยสูงกว่าสถิติปีที่ผ่านๆ มาถึง 3-4 เท่า ทาง สสจ.เชียงใหม่ จึงประสานไปยังโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งภายใน 25 อำเภอ พร้อมกับระดม อสม. ออกประชาสัมพันธ์ แจ้งให้พี่น้องประชาชนช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อตัดวงจรชีวิตของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค

ปัจจัยสำคัญของโรคไข้เลือดออกนั้น เกิดจากผู้ป่วยถูกยุงลายกัดในช่วงกลางวัน ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่พบคือ ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็กๆ ที่นอนกลางวัน ต้องระวัง โดยช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมแล้ว ฉะนั้น ฝากเตือนทางโรงเรียน เจ้าหน้าที่ ครู ภารโรง ช่วยทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะปิดเทอมไว้นาน ยุงอาจไปไข่ในห้องน้ำ โดยขัดพนังของภาชนะเพื่อทำลายไข่ยุง เปลี่ยนน้ำเก่าออก หรือใส่ทรายอะเบต ไม่งั้นเด็กเปิดเทอมมาก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออกได้สูง สำหรับสถิติผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกนั้น ใน จ.เชียงใหม่ เสียชีวิต 1 ราย โดยเริ่มตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว ถ้าเราไม่ระมัดระวังช่วยกันก็อาจมีป่วยเพิ่มขึ้นและตายเพิ่มขึ้นอีก

“อากาศที่เปลี่ยนแปลงในขณะนี้ ทำให้ยุงลายมีวงจรชีวิตที่สั้นลง คือโตเร็วกว่าปกติ จากลูกน้ำเป็นตัวโตเต็มวัยได้เร็วขึ้น นี่ขนาดไม่ใช่หน้าฝนจริงๆ หากภาชนะแหล่งน้ำขังต่างๆ ที่ฝนตกใส่อีกในช่วงฤดูฝน ก็จะมีการเพิ่มจำนวนยุงลายมากขึ้น ฉะนั้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกคน ต้องช่วยกันตรวจสอบกำจัดภาชนะแหล่งแพร่พันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย เพราะโรคไข้เลือดออก ยังไม่มียารักษา เมื่อป่วยแล้วแพทย์ต้องรักษาตามอาการ ซึ่งอันตรายมาก” ทพ.ดร.สุรสิงห์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการของแนวทางการป้องกันของทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่นั้น หากพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่บ้านหลังไหนชุมชนพื้นที่ใด จะให้ทางโรงพยาบาลชุมชน และ อสม. เข้าไปฉีดพ่นยาไล่ยุงในบ้านนั้นและพื้นที่เสี่ยงบริเวณโดยรอบทันที เพราะยุงพาหะนำเชื้อยังอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว คนป่วยก็อย่าให้ยุงกัด เพราะเชื้อโรคอาจแพร่ต่อได้ และในเร็วๆ นี้ ทาง สสจ.เชียงใหม่ จะมีการจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เพื่อตัดวงจรยุงลายในช่วงนี้ลง ก่อนที่จะมีการระบาดไปมากกว่านี้